Close
title
f
 
ข่าวสารทางหลวง
title
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ สั่งเร่งลุยงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่ - เชียงราย

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2562 สั่งกรมทางหลวงให้คุมเข้มผู้รับเหมาเร่งลุยงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่ - เชียงราย ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง 5 ช่วง รวมระยะทาง 42.8 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับ หากผู้รับเหมาดำเนินการล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่ - เชียงราย มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ดังนี้.- ช่วงที่ 1 ตอนอำเภอดอยสะเก็ด - ตำบลป่าเมี่ยง ตอน 1 ระยะทาง 11.5 กม. คืบหน้าแล้ว 26.3% ช่วงที่ 2 ตอนอำเภอดอยสะเก็ด - ตำบลป่าเมี่ยง ตอน 2 ระยะทาง 10.8 กม. คืบหน้าแล้ว 35.1% ช่วงที่ 3 ตอนตำบลป่าเมี่ยง - บ้านปางน้ำถุ ระยะทาง 9.25 กม. เสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วงที่ 4 ตอนบ้านปางน้ำถุ - บ้านโป่งป่าตอง ตอนที่ 1 ระยะทาง 6.65 กม. คืบหน้าแล้ว 39.7% ช่วงที่ 5 ตอนบ้านปางน้ำถุ - บ้านโป่งป่าตอง ตอนที่ 2 ระยะทาง 4.6 กม. คืบหน้าแล้ว 13.5%   ขอขอบคุณที่มาข่าวและภาพข่าว : FB กรมทางหลวง
title
“ศักดิ์สยาม”มอบนโยบายหน่วยงานในคมนาคมพร้อมใจตัดงบประมาณ 10% สู้โควิด! กรมทางหลวงพร้อมตัดงบผูกพัน ปี 63 10% หรือ หมื่นล้านบาททันที มั่นใจไม่กระทบโครงการใหม่แน่นอน

“ศักดิ์สยาม”มอบนโยบายหน่วยงานในคมนาคมพร้อมใจตัดงบประมาณ 10% สู้โควิด! กรมทางหลวงพร้อมตัดงบผูกพัน ปี 63  10% หรือ หมื่นล้านบาททันที  มั่นใจไม่กระทบโครงการใหม่แน่นอน ด้านรถไฟไทยขอหารือพร้อมปฎิบัติตามนโยบายสู้โควิด            นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆกลับไปพิจารณาปรับลดงบประมาณของหน่วยงานตนเองประมาณ 10%เพื่อที่จะได้นำเงินเหล่านี้ไปช่วยรัฐบาล เรื่องดังกล่าวนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้สูงมาก ได้มีการพูดคุยในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องดูแลสุขภาพประชาชนซึ่งต้องมาก่อนเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งไปดำเนินการ โดยภายในสัปดาห์หน้าแต่ละหน่วยงานต้องไปตกลงกับสำนักงบประมาณ (สบน.) ในการจัดทำแผนปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมลง ซึ่งไม่ได้มีปัญหาในการพัฒนางานต่างๆ เพราะสามารถที่จะดำเนินการทำเป็นงบประมาณผูกพัน 2 ปีได้ นอกจากนี้สำหรับมาตรการเรื่องโควิด-19 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานไปดูงานต่าง ๆ เพื่อที่จะทำงานที่บ้าน สำหรับงานที่ไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานเพื่อลดความเสี่ยงโอกาสที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อ ขณะเดียวกันให้มีการประชุมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ คือ การประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ แต่ละหน่วยก็รับนโยบายไปดำเนินการ ขณะเดียวกันให้มีการรายงานผลการดำเนินการ ในเวลา 10.00 น.ทุกวัน และต้องยึดหลักตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี คือ 1.ให้ทำงานโดยการบูรณาการ 2.ทำงานด้วยความรวดเร็ว เชิงรุก รอบครอบ และ 3.ต้องมีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ           นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ในส่วนของกรมทางหลวงนั้นในปีงบประมาณ 63 ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมที่ 113,883 ล้านบาท ซึ่งหากดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่จะให้พิจารณาตัด 10% ก็จะประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งทาง กรมทางหลวงพร้อมดำเนินการทุกประการและยืนยันว่าจะไม่ตัดงบประมาณในโครงการใหม่แต่อย่างใด แต่จะไปพิจารณาตัดจากในงบประมาณที่กรมทางหลวง ได้รับงบผูกพันกว่า 42,000 ล้านบาท ใน 200 กว่าโครงการ และยังมีงบประมาณที่เหลือค้างท่ออีก 8,000 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาท  หากโครงการใดมาเบิกจ่ายล่าช้า ที่น่าจะไม่ทันเดือน ก.ย.63 ก็ให้นำไปเบิกในปีถัดไปได้  ซึ่งในส่วนนี้ก็จะดำเนินการตัดทันทีซึ่งการตัด 10%  ก็จะอยู่ในส่วนนี้ คือ 10,000 ล้านบาท           ส่วนนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่า จากที่ได้รับนโยบายกระทรวงคมนาคมมานั้น ในส่วนของ รฟท. ไม่มีปัญหาพร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายทุกประการ โดยในวันที่ 1เม.ย. นี้ ตนจะเรียกประชุมส่วนงานที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน ส่วนงบประมาณที่ รฟท. ได้รับจัดสรรในปี 63 นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนมากเป็นงบประมาณโครงการ ที่ใช้เงินกู้เป็นหลัก และมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการที่จะดำเนินการ และโครงการลงทุนของ รฟท. แต่อย่างใด   ขอขอบคุณที่มาข่าวและภาพข่าว : THE JOURNALIST CLUB 
ภาพกิจกรรม