Close
title
f
title
แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1
Chiangmai 1 Highways District
วิสัยทัศน์ : มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันกับความต้องการของผู้ใช้ถนน ทั้งความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ความพึงพอใจ ตามหลักวิศวกรรม
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวงพร้อมรับฤดูฝน สั่งการทุกหน่วยงานเคลียร์เส้นทางทั่วประเทศ-ช่วยเหลือประชาชนตามนโยบาย รมว.คมนาคม

กรมทางหลวงพร้อมรับฤดูฝน  สั่งการทุกหน่วยงานเคลียร์เส้นทางทั่วประเทศ-ช่วยเหลือประชาชนตามนโยบาย รมว.คมนาคม           นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง  เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดเนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนปี 2565 อย่างเป็นทางการในวันนี้ (13 พฤษภาคม 2565) และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 นี้ ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เกิดวาตภัย ต้นไม้ล้มทับทาง ดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมขนส่งและการสัญจรของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง และเพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น  จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดประกอบด้วย สำนักงานทางหลวง ศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการเตรียมความพร้อม เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับประชาชนตามมาตรการ ดังนี้ ขั้นเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย              -  ตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของผิวทาง ต้องไม่มีหลุมบ่อ พร้อมสำรวจพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ สะพาน  ท่อระบบน้ำ ร่องน้ำในเขตทางให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานและดำเนินการขุดลอกร่องระบายบริเวณสองข้างทาง  ทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ กำจัดเศษขยะวัชพืชมิให้กีดขวางทางระบบน้ำ ตัดแต่งกิ่งไม้             - จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือและรถช่วยเหลือฉุกเฉินออกช่วยเหลือประชาชนบนทางหลวง พร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยขนย้ายสิ่งของ             - จัดเตรียมเครื่องจักร ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ สิ่งอำนวยความปลอดภัยป้ายจราจร หรือป้าย Knock Down  ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง ไฟกระพริบ ฯลฯ ให้สามารถใช้งานได้ทันที ขั้นรับเหตุขณะเกิดภัยพิบัติ              -  ให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น              -  ตั้งจุดให้บริการประชาชน จัดรถ Mobile Service  ช่วยเหลือประชาชนกรณีรถเสียบนทางหลวง  ช่วยขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย และจัดรถบรรทุกไว้บริการรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงให้บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชน              -   เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนให้ผู้บริหารในพื้นที่ดำเนินแก้ไขปัญหาทันที และรายงานผู้บริหารในส่วนกลางจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ และเมื่อเกิดเหตุทางขาด สะพานขาดหรือชำรุด ให้ขอความร่วมมือจากศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน เพื่อขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่เครื่องจักรและสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) ให้เข้าดำเนินการให้เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับแขวงทางหลวงโดยทันที .           - ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ รวมถึงให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างใกล้ชิด              - จัดทำแผนที่ทางเลี่ยงและประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางทราบ              -  สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ให้บริการสอบถามเส้นทางและให้ความช่วยเหลือแนะนำเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ               - สำรวจ ซ่อมแซม และแก้ปัญหาเส้นที่ได้รับความเสียหาย และเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้อย่างสะดวกปลอดภัย           นอกจากนี้ยังได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกรณีเกิดภัยพิบัติให้ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานอื่นๆ หรือประชาชน  พร้อมขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586  (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโม ------------------------------  วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมทางหลวง
title
กรมทางหลวงแนะนำ 5 เส้นทางชมเขื่อน เที่ยวหยุดยาวเดือนพฤษภาคม กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

กรมทางหลวงเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยว ตามมาตรการของรัฐบาลที่เร่งเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด – 19 อย่างต่อเนื่อง เป็นการกระตุ้นให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ในส่วนของกรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมในด้านความปลอดภัยทางถนนพร้อมกับปรับภูมิทัศน์สองข้างทางเพื่ออำนวยความสะดวกด้านทัศนวิสัยในการขับขี่ปัจจุบันกระแสการเที่ยวเขื่อนกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่าร้อยละ 90 เกิดขึ้นจากโครงการในพระราชดำริฯ เพื่อทำหน้าที่กักเก็บน้ำ และใช้ในการเกษตรกรรม อุปโภค บริโภค ใช้สำหรับป้องกันน้ำท่วมฉับพลันในฤดูที่น้ำไหลหลาก และเขื่อนยังมีหน้าที่หลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า ปัจจุบันหลายเขื่อนได้กลายเป็น “จุดท่องเที่ยว” ที่ประชาชนสามารถเข้ามาพักผ่อน กรมทางหลวงจึงได้รวบรวม “5 เส้นทางชมเขื่อน” มาให้เป็นตัวเลือกให้กับนักท่องเที่ยว โดยกรมทางหลวงได้ทำความสะอาด ตกแต่ง ปรับปรุงป้ายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้ 1.เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา เป็นเขื่อนดิน บริเวณรอบขอบเขื่อนเก็บน้ำจะอยู่ติดริมทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) มีทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สาย บางปะอิน – โคราช ระยะทาง 196 กิโลเมตร ขนานทอดยาวไปตามแนวเขื่อน โดยสื่อสังคมออนไลน์ได้ยกให้เป็นถนนลอยฟ้าที่สวยที่สุดในประเทศไทย สำหรับการเดินทางจากอำเภอปากช่อง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) มุ่งหน้าโคราช อยู่ระหว่าง กม.184 – 1932.เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของ จ.ตาก และเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำให้แก่เกษตรกร เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 1357 ที่ กม.15+050 ตอน ทางเข้าเขื่อภูมิพล ตัดจากถนนหมายเลข 1 ที่กม. 566+600 ด้านซ้ายทาง ตอน วังม่วง – แม่เชียงรายบน3.เขื่อนวชิราลงกรณ์ จ.กาญจนบุรี ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย เพื่อประโยชน์ด้านชลประทานและผลิตไฟฟ้า ตัวอ่างเก็บน้ำอยู่ในส่วนท้องที่อำเภอทองผาภูมิ, อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เขื่อนวชิราลงกรณ์จึงจัดเป็นเขื่อนอเนกประสงค์และยังเป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าจังหวัดราชบุรี ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร และใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ต่อเนื่องทางหลวงหมายเลข 3272 มุ่งหน้าอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร ทางเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ์จะอยู่ทางขวามือ4.เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นสายเลือดใหญ่ที่ใช้ประโยชน์ทางด้านชลประทานและการทดน้ำเพื่อการเกษตรโดยระบายน้ำจากแม่น้ำในภาคเหนือสู่ภาคกลางและอ่าวไทย ส่งต่อไปยังพื้นที่เพาะปลูกภาคกลาง การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 311 ชัยนาท จากอำเภอเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 304 และเลี้ยวซ้ายทางไปอำเภอสรรพยา ประมาณ 6 กิโลเมตร5.เขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา อยู่ในเขตอำเภอปักธงชัย เขื่อนลำพระเพลิง แห่งนี้ก็มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติที่โดดเด่น ด้วยลักษณะภูมิประเทศ สองฟากฝั่ง เป็นป่าไม้เขียวขจีร่มรื่น และตอนต้นแม่น้ำยังมีน้ำตกสวยงามต่าง ๆ นักท่องเที่ยว ทั่วไปมักนิยมเดินทางมาชมทัศนียภาพ วิวทิวทัศน์และตากอากาศแถวบริเวณเขื่อน การเดินทางจากสี่แยกลำพระเพลิง บนทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณ กม.267+692 เดินทางมุ่งหน้าเขื่อนลำพระเพลิงอีก 28 กิโลเมตรทั้งนี้ กรมทางหลวงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน รวมไปถึงดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศโดยการสัญจรทางถนน ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่และสร้างเส้นทางแห่งการท่องเที่ยวต่อไป กรมทางหลวงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวไม่จอดยานพาหนะกีดขวางการจราจรบนทางหลวง และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวเดินทางอย่างปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โปรดขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขภายใต้วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ “ท่องเที่ยวสุขใจ ห่างไกลโควิด - 19” สวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
กรมทางหลวง พร้อมรองรับการเดินทางบนทางหลวงในช่วงวันหยุดยาว 13 - 16 พ.ค. 65

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เนื่องในวันหยุดราชการระหว่างวันที่ 13 – 16 พฤษภาคม 2565 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการบูรณาการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยในส่วนของกรมทางหลวงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมทางหลวงประกอบด้วย สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย รถตรวจการณ์ (Mobile VMS) ให้มีความพร้อมในการออกปฏิบัติงาน เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือจราจรติดขัดสะสมบนเส้นทาง พร้อมบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ ในการบริหารสัญญาณไฟจราจร และหากพบว่ามีปริมาณจราจรหนาแน่นจะทำการจัดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจรของผู้ใช้ทางอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจะทำการคืนพื้นผิวจราจรให้มีช่องจราจรเท่าเดิมหรือให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด และตรวจสอบป้ายระหว่างงานก่อสร้าง ไฟฟ้าแสงสว่าง อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้าง เพื่อให้มีผลกระทบต่อการเดินทางน้อยที่สุด และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึง จัดเตรียมห้องน้ำและพื้นที่บริเวณสำนักงานหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ในการรองรับประชาชนที่จะมาใช้บริการจอดพักรถหรือเข้าห้องน้ำอีกด้วยทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายหรือขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193